26 มิ.ย. 2556

ขนมตาล ขนมไทย


ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
2. ลูกตาลสุก 2 ผล
3. น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
4. มะพร้าว 1 ผล
5. เกลือป่น
6. ถ้วยตะไลหรือกระทงใบตอง

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกลูกตาลออก แล้วยีกับตะแกรง เวลายีต้องหยอดน้ำใส่เม็ดตาลเสมอเพื่อให้เนื้อตาลจะได้ออกจากเม็ดจนหมด
2. กรองเนื้อลูกตาลด้วยผ้าขาวบาง ด้วยการเทใส่ถุงผ้าผูกปากถุงแขวนไว้ น้ำจะไหลออกจากเนื้อตาลแห้งเอง
3. เอาเนื้อตาลออกจากถุง เคล้าผสมกับแป้งให้เข้ากันดี ตั้งผึ่งไว้ให้แป้งขึ้น
4. เมื่อแป้งขึ้นแล้ว ให้ผสมกับน้ำตาล เกลือป่นเล็กน้อย ตักใส่ถ้วยตะไลหรือจะเจียนใบตองก็ได้ ถ้วยละหรือห่อละ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ขูดเนื้อมะพร้าวโรยหน้า แล้วห่อให้เรียบร้อย จัดเรียงใส่ลังถึง
6. นึ่งด้วยไฟแรงจัด ให้ขนมตาลสุกฟู
ขนมตาล

29 พ.ค. 2556

ขนมถ้วยตะไล ขนมไทย

 ขนมถ้วยตะไลเป็นขนมไทยที่ทำง่ายและเป็นที่นิยมของคนทุกภาค

ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
น้ำเปล่า 5 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย
มะพร้าว 1 ลูก
แป้งมัน 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำขนมถ้วยตะไล
1. นวดแป้งข้าวเจ้ากับน้ำ 1 ถ้วย จนเข้ากันดี
2. ละลายน้ำตาลกับน้ำเปล่าที่เหลือจนน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าข้าวบาง นำไปใส่แป้งที่นวดไว้ แล้วใส่ใบเตยคนจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
3. นำถ้วยตะไลนึ่งในลังถึงจนร้อนได้ที่ จากนั้นตักแป้ง ที่เตรียมไว้ใส่ถ้วยตะไลประมาณครึ่งถ้วย นึ่งไฟแรง 10 นาที
4. นำหัวกะทิผสมเกลือและแป้งมันให้เข้ากัน ตักราดหน้าขนมในถ้วยตะไล นึ่งต่อจนสุกดี ยกลงจากเตา

23 พ.ค. 2556

วิธีทำขนมลูกชุบ ขนมไทย


ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่นำการฝีมือระหว่างการครัวและงานปั้น ความคิดสร้างสรรค์มารวมไว้ด้วยกัน
ส่วนผสม
1. ถั่วเขียวไม่มีเปลือกนึ่ง 4 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
3. หัวกะทิ 1 ถ้วย
4. วุ้น 2 ถ้วย
5. น้ำเปล่า 4 ถ้วย
6. สีผสมอาหารหรือสีจากธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากขมิ้น สีแดงจากกระเจี๊ยบ สีน้ำเงินม่วงจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย

วิธีทำขนมลูกชุบ
1. นำถั่วเขียวที่นึ่งเตรียมไว้มากวนกับน้ำตาลทราย 1 ถ้วย และหัวกะทิ 1 ถ้วย กวนจนแห้งพอปั้นได้
2. ปั้นเป็นรูปผลไม้ต่างๆ ขนาดเล็กน่ารัก ระบายสีตามชอบ
3. ต้มวุ้น 2 ถ้วยกับน้ำตาล 1 ถ้วย น้ำเปล่า 4 ถ้วย พอละลายหมด พอวุ้นละลายหมด กรองด้วยผ้าขาวบาง (วุ้นควรแช่น้ำไว้นานประมาณ 1 คืน)
4. ใช้ไม้เล็กๆ เสียบที่ขนมที่ปั้นไว้ แล้วนำไปชุบน้ำวุ้นเพื่อความสดใส ประดับขั้วผลไม้ด้วยใบไม้เล็กๆ ให้ดูสวยงาม
ขนมลูกชุบ

20 พ.ค. 2556

วิธีทำข้าวเหนียวแก้ว ขนมไทย


ข้าวเหนียวแก้วนั้นเป็นขนมไทยสีสันเขียวมรกต เป็นเงา รสชาติหวานอร่อย

ส่วนผสม
1.ข้าวเหนียวดิบ 3/4 ถ้วยตวง
2.หัวกะทิ  3/4 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
4.น้ำปูนใส 1/2   ถ้วยตวง
5.เกลีอป่น 1/4 ช้อนชา
6.น้ำใบเตยข้น ๆ 2 ช้อนโตีะ

วิธีทำข้าวเหนียวแก้ว
1. แช่ข้าวเหนียวประมาณ 1 -3 ชั่วโมง นำไปนึ่งให้สุกต้วยไฟกลางประมาณ 20 -25 นาที
2. ใส่หัวกะทิ 1/2 ถ้วย ในภาชนะ นำข้าวเหนียวร้อน ๆ ใส่ลงไปคนให้เข้ากันปิดฝาพักไว้ 20 – 30 นาที
3. ผสมน้ำตาลทราย น้ำปูนใส เกลือป่น และหัวกะทิ 1/4 ถ้วย คนให้เข้ากัน
4. ใส่ส่วนผสมข้อ 2 ลงไป ใช้ไฟกลางกวนให้เข้ากันประมาณ 3 นาที ใส่น้ำใบเตย กวนต่อประมาณ
  3-5 นาที ยกลง  เทใส่ถาดสี่เหลี่ยม ตัดข้าวเหนียวแก้วเป็นชิ้นๆ
ข้าวเหนียวแก้ว



ขนมชั้นอัญชัน ขนมไทย


ขนมชั้น เป็นขนมไทยที่พบเห็นกันมานมนานแล้ว สมัยก่อนจะมีเพียง 2 สีคือ ขาวสลับเขียวอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีจากใบเตย รับประทานแล้วได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากใบเตย ถ้าใช้ในงานพิธีมงคลต่างๆ ก็จะนิยมทำเป็น 9 ชั้น แต่มายุคนี้ แม้แต่ขนมชั้นก็ยังต้องเพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้สีต่างๆ มาช่วยดึงดูดลูกค้า เช่นทำเป็นขนมชั้นสายรุ้ง ดังนั้นสูตรขนมไทย จึงนำวิธีการทำขนมชั้นอัญชันมาเป็นตัวอย่างของขนมชั้นสีอื่นๆ ถ้าใครอยากจะเพิ่มสีเองก็สามารถทำได้ แต่อย่าลืมว่าต้องหยอดสลับกับสีขาวเสมอ

ส่วนผสม
1. แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง
2. แป้งมัน 3/4 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
3. แป้งท้าวยายม่อม 1/4 ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
4. แป้งซ่าหริ่ม (แป้งถั่ว) 1 ช้อนโต๊ะ
5. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
6. หางกะทิ 3/4 ถ้วยตวง
7. น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
8. น้ำดอกอัญชัน 1/4 ถ้วยตวง
9.  ถาดสี่เหลียมขนาด 4 1/2 x 4 1/2 นิ้ว
10. น้ำมันพืช 1- 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.  ผสมน้ำตาลทรายกับหางกะทิ คนให้น้ำตาลละลาย พักไว้
2. ผสมแป้งทั้งหมดเข้าด้วยกัน ค่อยๆ เทหัวกะทิใส่ลงไปนวด (ลักษณะปั้นได้)
3. ใส่หัวกะทิที่เหลือทั้งหมด และหางกะทิ ที่ผสมน้ำตาลทรายในข้อ 1. คนให้เข้ากัน
แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
4. แบ่งส่วนผสมทั้ง 2 ส่วน เท่าๆ กัน สานที่ 1 ใส่น้ำอัญชัน 1/4 ถ้วย แล้วคนให้เข้ากัน
ส่วนที่ 2 เป็นสีขาว
5. ตั้งลังถึง ใส่น้ำ 3/4 ของลังถึง เดือดแล้ว นำพิมพ์ทาน้ำมันบางๆ วางเรียง นึ่งพิมพ์
ประมาณ 5 นาที
6. หยอดขนมทีละสี สลับอันจนหมด แต่ละชั้นใช้เวลานึ่งประมาณ 3 นาที หรือสังเกตแป้งจะเริ่มใส แตะดูไม่ติดมือ แต่ต้องจำไว้ว่า ขนมแต่ละชั้นนั้นต้องนึ่งให้สุกเสียก่อน ถ้าชั้นใดชั้นหนึ่งไม่สุก ชั้นต่อไปจะไม่สุกด้วย
 7. พักไว้ให้เย็นเเล้วจึงตัดขนมชั้นเป็นชิ้นๆ
ขนมชั้น

25 เม.ย. 2556

ลอดช่องสิงคโปร์


ลอดช่องสิงคโปร์เป็นขนมที่หวาน หอม อร่อย ทานพร้อมน้ำแข็ง ให้รสชาติถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่
แต่การทำขนมชนิดนี้ให้อร่อย แป้งต้องเหนียว และเมื่อแป้งเนียนแล้ว เวลาคลึงแป้งก็ต้องคลึงให้บาง ขนมนี้ต้องหอมนอก หอมตัวขนมและน้ำด้วยจึงจะถูกต้อง

ส่วนผสมตัวขนม
1. แป้งมัน ½ ถ้วยตวง
2. น้ำเดือดใส่สีเขียว ¼ ถ้วยตวง
3. แป้งนวล 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำเชื่อม
1. น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
2. น้ำดอกมะลิ 1 ½ ถ้วยตวง
3. ขนุนหั่นชิ้นเล็กๆ ยาวๆ ½ ถ้วยตวง

ส่วนผสมกะทิ
1. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
2. เกลือป่น 1 ช้อนชา


วิธีทำลอดช่องสิงคโปร์
1. ใส่แป้งมันในอ่างผสม ทำแป้งเป็นบ่อตรงกลาง ค่อยๆ เทน้ำร้อนใส่ คนเร็วๆจนแป้งจับตัวเป็นก้อน
2. นวดให้เนียน ถ้าไม่อยากให้แป้งติดมือ แตะแป้งมันเล็กน้อย
3. คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบางๆ ตัดให้เป็นเส้นเล็ก ๆ พักไว้
4. ต้มน้ำให้เดือด นำแป้งที่ตัดไว้แล้วลงต้มให้สุก เมื่อแป้งลอยตัวและพอง ตักใส่พักในน้ำเย็น เทใส่กระชอนกรองให้สะเด็ดน้ำ
5. ผสมหัวกะทิกับเกลือ ตั้งไฟอย่างพอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น
6. ใส่แป้งที่ต้มแล้วลงไปในน้ำกะทิ ข้อ 5.
7. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำดอกมะลิใส่หม้อตั้งไฟเคี่ยว ประมาณ 7-10 นาที ใส่ขนุนยกลงพักไว้ให้เย็น อบควันเทียน 20 - 30 นาที
8. ตักเสิร์ฟใส่ขนมที่อยู่ในกะทิ ใส่น้ำ    เชื่อม น้ำแข็ง รับประทานเย็นๆ อร่อยชื่นใจ
ลอดช่องสิงคโปร์


11 ก.พ. 2556

ข้าวเหนียวมะม่วง


ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานที่พบเห็นกันทั่วไป มีทั้งเจ้าขนมที่ทำแล้วอร่อย ข้าวเหนียวหวานมัน กะทิเข้มข้น กับเจ้าที่พอทานได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่ามีเคล็ดลับอะไรทำยังไงขนมถึงอร่อย แล้วมาดูเคล็ดลับการทำข้าวเหนียวมะม่วงกันเลยค่ะ

* การนึ่งข้าวเหนียวโดยการใส่ใบเตยลงไปในน้ำ ทำให้ข้าวเหนียวหอม
* การแกว่งด้วยสารส้ม ทำให้ข้าวเหนียวไม่หัก
* อย่านึ่งข้าวเหนียวให้สุกมาก ข้าวเหนียวจะแฉะไม่อร่อย และนึ่งข้าวเหนียวด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
* ถ้าทำข้าวเหนียวขนุน ใส่ข้าวเหนียวลงไปในขนุน
* ถ้าทำข้าวเหนียวลูกตาล โรยหน้าด้วย น้ำตาลทราย เกลือ งาดำ งาขาว
* สำหรับมะม่วงถ้ายังไม่เสิร์ฟ ยังไม่ต้องปอก เพราะมะม่วงจะดำ

ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน
ข้าวเหนียวเขี้ยวงูดิบ  1 ½  ถ้วยตวง
สารส้ม (สำหรับแกว่งข้าวเหนียว) 1 ก้อน
หัวกะทิ ½ ถ้วยตวง + 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมกะทิราดข้าวเหนียวมูน
หัวกะทิ ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น ½ ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ½ ช้อนชา
ส่วนผสมอื่นๆ
มะม่วงสุก, ขนุนสุก, ลูกตาลเชื่อม,ทุเรียน
ถั่วทองแช่น้ำ 3 ชั่วโมง แล้วคั่วไฟอ่อนๆ 2 ช้อนโต๊ะ

 วิธีมูนข้าวเหนียว
1. แช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาด พอท่วมข้าว พักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง
2. แกว่งสารส้มในข้าวเหนียว ประมาณ 4-5 รอบ ล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง สรงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไปนึ่งในลังถึงที่รองด้วยผ้าขาวบาง นึ่ง 10 นาที แล้วกลับด้านอีก 10 นาทีด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน
3. ผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ใส่หม้อตั้งไฟกลาง คนให้เข้ากัน พอน้ำตาลละลาย และเดือดประมาณ 2 นาที เทใส่ภาชนะ พักไว้ให้เย็น
4. เทข้าวเหนียวร้อนๆ ลงในกะทิที่เย็นแล้ว คนด้วยพายเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี ปิดฝา พักไว้จนระอุ ประมาณ 30 นาที
5. กลับข้าวเหนียวมูนอีกครั้งเบาๆ ตักเสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุก

วิธีทำกะทิราดหน้าข้าวเหนียวมูน
1. ผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย เกลือป่น ค่อยๆ เทหัวกะทิใส่ทีละน้อย คนให้แป้งละลาย
2. ตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งส่วนผสมเริ่มข้น ประมาณ 3 นาที ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น

วิธีเสิร์ฟ
* ข้าวเหนียวมูนจะเสิร์ฟพร้อมกับมะม่วงสุก น้ำกะทิทุเรียน ทุเรียนสด ขนุน ลูกตาลเชื่อม และสังขยาก็ได้

ข้าวเหนียวมะม่วง

6 ธ.ค. 2555

วิธีทำวุ้นมะพร้าวอ่อน ขนมไทย


วุ้นมะพร้าวอ่อน ที่อร่อย จะหวานไม่มาก หอมน้ำมะพร้าว ยิ่งถ้าแช่ให้เย็นด้วยจะอร่อยยิ่งขึ้น ใครสนใจจะทำรับประทานในครอบครัวหรือทำขาย ก็ได้ ถ้าทำขายก็จะขาย 5 คู่ 10 บาท

ส่วนผสม
เนื้อมะพร้าวอ่อน (เลือกเนื้อมะพร้าวอ่อนที่มีเนื้อกำลังดี อย่าแข็งหรือไม่มีเนื้อ ที่สำคัญอย่าขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนให้ติดเปลือก จะไม่สวย)  1/2 ด้วยตวง
น้ำมะพร้าวอ่อน (ต้องหวานมิฉะนั้นวุ้นจะเปรี้ยว) 1/2 ถ้วยตวง
น้ำดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง
ผงวุ้น  1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำวุ้นมะพร้าวอ่อน
1. ผสมผงวุ้นกับน้ำดอกมะลิใส่กระทะทอง ตั้งไฟกลาง เคี่ยวให้วุ้นละลาย ประมาณ
10 นาที ใส่น้ำตาลทรายเคี่ยวต่ออีก 5 นาที
2. ปั่นเนื้อและน้ำมะพร้าวอ่อนด้วยกันพออยาบๆ แล้วใส่ลงในวุ้นข้อ 1        
3. ผสมหัวกะทิกับเกลือป่น คนให้เข้ากันใส่ลงในวุ้นข้อ 2  เดือดทั่วกันแล้วยกลง
หยอดลงในพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็น

วิธีทำวุ้นมะพร้าวอ่อน  ขนมไทย

12 ต.ค. 2555

วิธีทำขนมไทย ข้าวเม่าทอด


วิธีทำข้าวเม่าทอด

วิธีทำข้าวเม่าทอด  
ข้าวเม่าทอด เป็นขนมไทยที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก รูปทรงกลมรี เมื่อชิมแล้วจะหอมหวานรสกล้วย กะทิ และมันอร่อย

ส่วนผสม  
ข้าวเม่าคั่วบดหยาบ ๆ 1 /2 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 1/4 ถ้วยตวง
มะพร้าวขูดขาว 1/2 ถ้วยตวง
กล้วยไข่สุก 6 ลูก
น้ำมันสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง

ส่วนผสมแป้งชุบทอด
แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1/4 ถ้วยตวง
ไข่แดง 1 ฟอง
หัวกะทิ 1/4 ถ้วยตวง
น้ำปูนใส 1/4 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา
ผงฟู 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ผสมน้ำตาล    มะพร้าว น้ำลอยดอกมะลิใส่ในกระ      ทะทอง ตั้งไฟกลาง ใส่มะพร้าว
ผัดให้เข้ากัน 3-5 นาที
2. ใส่ข้าวเม่าคั่ว ผัดให้แห้ง ยกลงพักไว้ให้เย็น
3. ปอกกล้วย และหุ้มด้วยส่วนผสมในข้อ 2 บางๆ แต่ให้มิด ทั่วกัน ทำจนหมด
4. นำมาประกบคู่กัน ชุบแป้งทอด จนเหลืองพักไว้ให้เย็น

วิธีทำแป้งชุบทอด
1. ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ใส่เกลือ น้ำตาลทรายและผงฟู
2. ผสมไข่แดงกับน้ำปูนใสเข้าด้วยกัน นำไปนวดในแป้งในข้อ 1.   ประมาณ 10 นาที
3. ใส่หัวกะทิ คนให้เข้ากัน
4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช พอร้อน นำกลวยที่หุ้มแล้ว ชุบแป้งทอดด้วยไฟกลางจนสุกเหลือง   ใช้มือจุ่มแป้งสะบัดเบาๆ ให้เป็นฝอย

เคล็ดลับ
* การนำข้าวเม่าไปคั่วไฟอ่อนๆ ให้กรอบ โบราณเรียกว่านำข้าวเม่าไป “ราง”
* เมื่อผัดข้าวเม่ากับน้ำตาลมะพร้าว อย่าให้เหนียวมาก เมื่อนำมาหุ้มกล้วย จะหุ้มไม่สวย
* เมื่อจับคู่ทอด ใช้มือจุ่มแป้งโรยฝอย โดยสะบัดมือเบาๆ จะได้ฝอยสวย

11 ก.ย. 2555

ข้าวเหนียวถั่วดำ


การทำข้าวเหนียวถั่วดำนั้น การต้มถั่วดำเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าถั่วต้มไม่สุกดี ขนมก็จะเสียรสชาติไปเลย จึงจำเป็นต้องต้มให้สุกเสียก่อนที่จะต้มลงไปพร้อมกับน้ำกะทิ เพราะถ้าใส่ถั่วดิบลงไปต้มพร้อมกับน้ำกะทิ ถั่วจะไม่สุก นี่เป็นเคล็ดลับหนึ่งในการทำขนมที่มีถั่วเป็นส่วนประกอบ

ส่วนผสมข้าวเหนียว
1. ข้าวเหนียวขาว 1/2 กิโลกรัม
2. กะทิข้นๆ 2 ถ้วยตวง
3.น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
4. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำไว้ 6 ชั่วโมงแล้วนึ่งให้สุกดี
2. นำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น พร้อมกันแล้วนำไปมูนกับข้าวเหนียว แล้วคนให้ข้าวเหนียวกระจาย (ด้วยเวลาอันรวดเร็ว) ให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดฝาภาชนะที่มูนไว้

ส่วนผสมถั่วดำ
1. ถั่วดำ 1/2 กิโลกรัม
2. น้ำกะทิ 4 ถ้วยตวง
3. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. ล้างถั่วให้สะอาด แช่น้ำไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง
2. นำถั่วดำต้มเทน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ต้มต่ออีกครั้งจนสุกดี
3. ต้มถั่วกับน้ำกะทิ พอกะทิแตกมันดี เติมน้ำตาลทราย ต้มต่อไปจนน้ำตาลละลายและเข้ากันดี ยกลง ตักเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวมูน
สูตรนี้รับประทานได้ 6-8 คน

15 ส.ค. 2555

ขนมฟักทอง ขนมไทย


ขนมไทยชนิดนี้จะมีวิตามินเอสูงเนื่องจากนำฟักทองมาใช้เป็นส่วนผสมหลัก
ส่วนผสมของขนมฟักทอง
1. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
2. แป้งมัน 1/2 ถ้วย
3. ฟักทองเนื้อดีหั่นชิ้นเล็ก (ให้เลือกฟักทองที่เนื้อแก่จัด รสจะหวานมัน) 1 ถ้วย
4. กะทิ 1 1/4 ถ้วย
5. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย

วิธีทำ 
1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลทราย ค่อยๆ ใส่กะทิและนวดให้เข้ากันจนกะทิหมด
2. นำส่วนผสมที่ได้หยอดหยอดลงในถ้วยตะไลและเอาเนื้อฟักทองที่หั่นไว้ใส่ลงไปด้วย พักไว้
3. ตั้งไฟ แล้วใช้ลังถึงรอจนน้ำเดือดจึงนำถ้วยตะไลใส่ลงในลังถึง  นึ่งประมาณ 20 นาที ขนมสุก ก็ยกลง พักไว้ให้เย็น แกะออก ใส่จานเสิร์ฟกับชากาแฟ หรือจะจัดเป็นอีกเมนูของการจัดเบรคตามงานต่างๆ ก็ไม่เลว


10 ก.ค. 2555

ขนมไทยสูตรครองแครงกะทิสด

ขนมนี้เป็นขนมไทยโบราณ ปัจจุบันจะทำตัวครองแครงกันไม่เป็น ต้องซื้ออย่างเดียว แต่ถ้าทำเองได้ ก็จะดีเพราะทำไม่ยาก และขนมจะเหนียวดีให้ลองทำกันดู

ส่วนผสมตัวครองแครง  
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำกะทิ
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
หางกะทิ  1 ½ ถ้วยโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ½ ช้อนชา
งาขาวคั่วบุบพอแตก 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมแป้งนวล
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมอื่นๆ 
งาขาวและดำคั่ว บุบพอแตกอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำตัวครองแครง
1. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกัน ใส่กระทะทอง ค่อยๆ เทน้ำใส่จนหมด
2.นำไปกวนพอสุก ตักขึ้นพักไว้ให้อุ่น
3. นำไปนวดในภาชนะที่ใส่แป้งนวลไว้แล้ว นวดให้แป้งเนียน ประมาณ 10 นาที
4. ปั้นเป็นก้อนกลมๆ กดลงบนพิมพ์ครองแครง พักไว้ ใส่ในภาชนะที่ใส่แป้งนวลไว้
5. นำไปลวกในน้ำเดือดผ่านน้ำเย็นพักไว้ ให้สะเด็ดน้ำ

วิธีทำน้ำคะทิ
1. ผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และเกลือป่น ในหม้อหรือกระทะทอง
2. นำไปขึ้นตั้งไฟ คอยคนอย่าให้แป้งเป็ดเม็ด เดือดแล้วใส่ครองแครง คนให้เข้ากัน ใส่หัวกะทิยกลง
3. ก่อนจะเสิร์ฟครองแครงกะทิสด ให้โรยด้วยงาดำ งาขาว เพื่อความสวยงามและคุณค่าอาหารด้วย

ขนมไทยสูตรครองแครงกะทิสด


8 ก.ค. 2555

ขนมไทยสูตรข้าวเหนียวตัด

ขนมไทยสูตรนี้บางตำราจะเรียกว่า ข้าวเหนียวหน้านวล จุดเด่นจะอยู่ที่ความอร่อยของหน้ากะทิที่ต้องมันและถั่วดำต้องสุก 

ส่วนผสมตัวข้าวเหนียว
ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1/2 ถ้วยตวง
หางกะทิ  1/2 ถ้วยตวง
ส่วนผสมหน้ากะทิ
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย   ¼ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ถั่วดำต้มสุก ¼ ถ้วยตวง

วิธีทำขนมไทยสูตรข้าวเหนียวตัด
1. นำข้าวเหนียวซาวให้สะอาดใส่ถาด ใส่หางกะทินำไปนึ่ง ให้สุก ประมาณ 10 นาทีด้วยไฟกลาง
2. ผสมหัวกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาล เกลือ คนให้เข้ากัน
3. เมื่อข้าวเหนียวสุก นำส่วนผสมหน้าในข้อ 2 ราดให้เต็มถาด แล้วนึ่งต่ออีก จนหน้าขนมแตกมันประมาณ 15 นาที
4. สุกแล้วยกลง นำถั่วดำตกแต่ง หรือจะใส่ทอดหยอดให้สวยงามด้วยก็ได้ รอจนข้าวเหนียวตัดเย็นแล้วตัดออกเป็นชิ้น

ขนมไทยสูตรข้าวเหนียวตัด

26 มิ.ย. 2555

ขนมหม้อแกง ขนมไทย


ขนมหม้อแกง ขนมไทย
ขนมหม้อแกงเป็นขนมไทยที่เราเห็นขายๆ กันอยู่ จะมีหลายชนิด เช่นหม้อแกงไข่ หม้อแกงถั่ว หม้อแกงเผือก หม้อแกงเม็ดบัว  ซึ่งวิธีการทำจะคล้ายๆ กับหม้อแกงถั่ว แตกต่างกันเพียง ถ้าจะทำหม้อแกงเผือกก็ใส่เผือก ถั่ว หรือเม็ดบัว แต่จะต้องทำให้สุกก่อน และถ้าต้องการให้ขนมมีกลิ่นหอมควรเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าว

ส่วนผสมขนมหม้อแกง
ไขเป็ดหรือไข่ไก่ 3 ฟอง
 หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วยตวง
ใบเตย 5 ใบ
ถั่วเขียวเลาะเปลือกต้มสุกบดละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
ขนมหม้อแกง ขนมไทย

วิธีทำขนมหม้อแกง ขนมไทย
1. ผสมไข่ หัวกะทิ น้ำตาลมะพร้าว เข้าด้วยกัน
2. ขยำด้วยใบเตยจนขึ้นฟู ประมาณ 10 นาที กรองด้วยกระชอนใส่ถั่วคนให้เข้ากัน
3. เทใส่ถาดขนาด 4 1/2 นิ้ว x 4 1/2 นิ้ว
4. อบในเตาอบอุณหภูมิ 150- 170 องศาเซลเชียส ประมาณ 30 นาทีหรือ  จนขนมสุก เอาออกจากเตา พักไว้ให้เย็น
 5. ตัดขนมหม้อแกงเป็นชิ้นๆ เสิร์ฟ

หมายเหตุ
- สามารถเพิ่มเนื้อเผือก หรือเม็ดบัวลงไป จะได้เป็นหม้อแกงเผือก หรือหม้อแกง
เม็ดบัว ถ้าใช้เฉพาะไข่อย่างเดียว เรียกขนมหม้อแกงไข่
- ในการทำหม้อแกงเผีอก ใช้เผือกนึ่งสุก บดละเอียด 1/2 ถ้วยตวง

ขนมหม้อแกง ขนมไทย

18 มิ.ย. 2555

วิธีทำขนมเล็บมือนาง ขนมไทย


วิธีทำขนมเล็บมือนาง  ขนมไทย
ขนมชนิดนี้เป็นขนมไทยที่มีลักษณะแหลมคล้ายเล็บมือของนางรำ มีหลายสี แต่ต้องเป็นสีอ่อนๆ ไม่ฉูดฉาด เรามาดูกันว่าวิธีการทำขนมไทยชนิดนี้เป็นอย่างไร ทำอย่างไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง
ส่วนผสมตัวขนมเล็บมือนาง 
แปังข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง 
แปังท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ 
แป้งมัน 1ช้อนโต๊ะ 
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง 

ส่วนผสมอี่น ๆ
มะพร้าวขูดขาว 2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
งาดำงาขาวคั่ว 2 ช้อนโตะ
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำขนมเล็บมือนาง  ขนมไทย
1. คลุกมะพร้าวกับเกลือเข้าด้วยกัน นำไปนึ่งไฟกลาง 5- 10 นาที
2. ผสมแปังนวลเข้าด้วยกันพักไว้
3. ผสมแปังทั้ง 3 ชนิด เข้าด้วยกัน ค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อยลงไปจนหมด ใส่กระทะทองไว้
4. นำไปกวนด้วยไฟกลาง จนแป้งจับตัวเป็นก้อน ยกลงใส่ในภาชนะที่มีแป้งนวล นวดให้แป้งเนียนเข้ากันดี 
ใส่สีอ่อนๆ ตามชอบ ปั้นให้เป็นตัวขนมยาวประมาณครึ่งนิ้ว หัวท้ายแหลม พักไว้
5. ตั้งกระทะใส่น้ำปูนใส พอน้ำเดือดให้นำตัวขนมที่เตรียมไว้มาต้ม พอขนมลอยขึ้นก็ตักใส่น้ำเย็น เทใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ คลุกด้วยมะพร้าวที่เตรียมไว้
 6. ผสมงาทั้ง 2 ชนิด และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน นำไปบดในครกพอเข้ากัน พักไว้ พักไว้
7. นำหัวกะทิตั้งไฟ 2 นาที ยกลง
8. เมี่อจะเสิร์ฟ ตักขนมเล็บมือนางใส่จาน ราดหัวกะทิ โรยงาที่เตรียมไว้ เสิร์ฟได้ทันที




6 มิ.ย. 2555

ขนมดอกโสน ขนมไทย


โสน มีหลายชื่อ คือ โสนหิน โกนกินดอก โสนน้ำ โสนหนอง ภาคเหนือเรียก ผักฮองแฮง  โสนเป็นไม้สกุลเดียวกับแค พบในพื้นที่น้ำขังสูงประมาณ 1-4 เมตร ออกดอกเป็นช่อที่โคนกิ่งและปลายยอดคล้ายดอกถั่ว ดอกสีเหลือง โสนมีรสจืดและมัน ดอกโสน 100 กรัม ให้พลังงาน 400 กิโลแคลอรี มีเส้นใย 309 กรัมแคลเซียม 51 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 56 มิลลิกรัม เหล็ก 8.2 มิลลิกรัม วิตามินเอ 336 I.U. วิตามินบีหนึ่ง 0.26 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.40 มิลลิกรัม ไนอะซิน 2.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 24 มิลลิกรัม
ดอกโสนนั้นนิยมนำดอกมาใช้ทำเป็นอหาร เช่น แกงส้ม ยำ ทอดใส่ไข่ หรือลวกน้ำพริกจิ้ม แต่รู้กันหรือเปล่าว่า นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังนำมาทำเป็นขนมได้อีกด้วย

ขนมดอกโสน ขนมไทย
ส่วนผสม
ดอกโสน 2 ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ ¾ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ¾ ถ้วยตวง
เกลือป่น ½ ช้อนชา
มะพร้าวทึนทึก 1 ถ้วยตวง

วิธีทำขนมดอกโสน ขนมไทย
1. เลือกดอกโสนที่บาน เด็ดก้านออกล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2.ผสมหัวกะทิกับน้ำตาลทราย เกลือป่น ใส่หม้อตั้งไฟกลางพอน้ำตาลทรายละลายยกลง พักไว้ให้เย็น
3.ร่อนแป้งข้าวเจ้าลงในอ่างผสมที่มีดอกโสน เคล้าเบาๆ พรมน้ำกะทิเคล้าเบาๆ สลับกับร่อนแป้งข้าวเจ้าจนหมดใส่มะพร้าวทึนทึก (สังเกตแป้งจะจับติดกับดอกโสนสม่ำเสมอเมื่อแป้งมีความชื้้นปานกลาง)
4. นำไปนึ่งในลังถึง โดยปูผ้าขาวบางลง เทขนมลงตรงกลางผ้า นึ่งด้วยไฟแรงและน้ำเดือดพล่านประมาณ 12 นาที
5.นึ่งมะพร้าวทึนทึกนาน 5-10 นาที และแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่ 1 ใส่ในขนมดอกโสน และส่วนที่ 2 สำหรับโรยหน้าขนม)
6.จัดใส่จานเสิร์ฟกับมะพร้าวทึนทึก โรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายและเกลือป่น เสิร์ฟ
ขนมดอกโสน ขนมไทย

8 พ.ค. 2555

ขนมปลากริมไข่เต่า ขนมไทยโบราณ


ขนมปลากริมไข่เต่านี้เป็นขนมไทยโบราณ เดิมเรียกว่า ขนมแชงมา และขนมจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนเค็มและส่วนหวาน ซึ่งเรียกว่า ตัวขนมและหน้าขนม

ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมแป้งนวล
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมตัวขนม
หางกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว ½ ถ้วยตวง
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสำหรับละลายแป้ง ¼ ถ้วยตวง
ใบเตยตัดท่อนยาว 3 นิ้ว 2 ใบ

วิธีทำ
1. ผสมแป้งนวลในถ้วยพักไว้ สำหรับเวลาปั้นไม่ให้แป้งติดมือ
2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าว แป้งมัน ลงในกระทะทอง ค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อย จนหมดคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
3. นำไปตั้งไฟกวนด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน จนแป้งเป็นก้อน เอาใส่ในถาดที่โรยแป้งนวล (เคล็ดลับ การกวนแป้งอย่าให้สุกมาก แป้งจะแข็งนวดยาก ต้องกวนให้มีความดิบอยู่บ้าง ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ แป้งจะสวย)
4. พอแป้งอุ่นนวดให้เนียน ถ้าแป้งติดมือหรือติดภาชนะให้ใช้แป้งนวลโรย
5. ปั้นแป้งเป็นตัวยาวๆ หัวรีท้ายรี ขนาดเล็กๆ ซึ่งครึ่งหนึ่งใช้ทำตัวขนม อีกครึ่งปั้นเป็นก้อนกลมเล็กน้อยคล้ายไข่เต่า สำหรับทำหน้าขนม

วิธีทำตัวขนม
1. นำหางกะทิ น้ำตาลมะพร้าว ใบเตยใส่หม้อ ตั้งไฟพอเดือด
2. ขณะที่หางกะทิเดือด ค่อยๆ เทแป้งท้าวยายม่อมละลายน้ำลงไป
3. ใส่ตัวแป้งที่ลวงแล้วลงไป คนให้เข้ากัน ยกลงพักไว้

วิธีทำหน้าขนม
1. นำหัวกะทิ เกลือ ใบเตย ใส่หม้อตั้งไฟ ให้เดือด
2. ใส่ตัวแป้งที่ลวกแล้วอีกส่วนหนึ่งลงไปคนให้เข้ากัน พอเดือดยกลง เมื่อจะเสิร์ฟ ตักขนมทั้ง 2 ชนิด ใส่ในถ้วยเดียวกัน  ถ้าคนรับประทานชอบหวาน ให้ใส่ตัวขนมมากๆ ถ้าชอบเค็มใส่หน้ามากๆ

5 เม.ย. 2555

วิธีทำขนมไทย ขนมถั่วแปบ

ขนมถั่วแปบ

ขนมถั่วแปบนั้นปกติจะมีสีขาวของแป้งตามธรรมชาติ แต่ถ้าจะทำหลายสี ก็ควรใช้สีธรรมชาติ เช่น จากดอกอัญชัน ใบเตย ขนาดขนมที่ทำควรทำเป็นชิ้นๆ พอคำ

ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
น้ำใบเตย 1/4-1/2 ถ้วย

ส่วนผสมอื่นๆ
ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก 1 ถ้วย
มะพร้าวขูดขาวนึ่ง 1 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อน
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
งาดำงาขาวคั่วบุบพอแตก 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำขนมไทย ขนมถั่วแปบ
1. ผสมแป้งข้าวเหนียวกับน้ำใบเตยหรือน้ำดอกอัญชัน หรือสีอื่นๆ นวดให้แป้งเนียนและนุ่ม แบ่งแป้งเป็น
ก้อนกลมๆ เท่ากัน
2. ต้มน้ำให้เดือด กดแป้งให้แบนๆ ต้มพอแป้งลอย ตักขึ้นใส่น้ำเย็น เทใส่กระชอนทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
3. ผสมมะพร้าวทึนทึกกับเกลือให้เข้ากัน นำแป้งที่สุกแล้วใส่ถั่วนึ่ง พักทบครึ่งปิดให้มิด คลุกมะพร้าวให้ทั่ว วางเรียงในจาน
4. นำน้ำตาลทรายผสมกับงาดำ งาขาวคั่ว ใส่ครกบดหยาบๆ ให้เข้ากัน เมื่อจะเสิร์ฟ จัดถั่วแปบใส่จาน โรยด้วยน้ำตาลที่ผสมไว้ในข้อ 4 หรือจะจัดแยกกันก็ได้ แล้วแต่ว่าใครชอบหวานมากหวานน้อย
ขนมถั่วแปบ

20 มี.ค. 2555

วิธีทำขนมกล้วย ขนมไทย

สูตรขนมไทย ขนมกล้วยนี้เป็นสูตรง่ายๆ และเป็นขนมที่รู้จักกันมานาน สมัยก่อนจะห่อคล้ายขนมใส่ไส้แต่รูปทรงจะเตี้ยกว่า แต่ในปัจจุบันอาจจะดัดแปลงภาชนะใส่ถ้วยตะไลแทนบ้าง พิมพ์ขนมสวยๆ แทนบ้าง แต่อย่างไรก็ตามสูตรนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย มีเคล็ดลับนิดหน่อย คือ การทำขนมกล้วยนี้ควรจะใช้ทั้งกล้วยหอมและกล้วยน้ำว้าเพื่อให้ได้ทั้งรสชาติและกลิ่นที่่หอม อีกอย่างคือ ก่อนที่จะปอกกล้วยต้องเตรียมส่วนผสมอื่นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กล้วยนั้นดำ

ส่วนผสมวิธีทำขนมกล้วย ขนมไทย
กล้วยน้ำว้าสุกๆ 3/4 ถ้วย
กล้วยหอมสุกบดละเอียด 1/2 ถ้วย
แป้งมัน 1/4 ถ้วย+ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย+ 2 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำขนมกล้วย ขนมไทย
1.ฝานกล้วยน้ำว้า และกล้วยหอม เอาแต่เนื้อบดละเอียด
2. ผสมแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และกล้วยบดทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ ใส่หัวกะทิทีละน้อย และคนจนส่วนผสมเข้ากันดี
3. ผสมมะพร้าวขูดฝอยกับเกลือคลุกให้เข้ากัน พักไว้
4. ตักขนมใส่ถ้วยตะไล โรยหน้าด้วยมะพร้าวที่เตรียมไว้
5. นึ่งขนมในน้ำเดือด ประมาณ 20 นาทีหรือนกว่าขนมจะสุก
6. ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น แคะออกจากพิมพ์
วิธีทำขนมกล้วย ขนมไทย

17 ต.ค. 2554

สูตรแป้งจี่ ขนมไทย

แป้งจี่ ขนมไทย
ขนมแป้งจี่ เป็นขนมไทยโบราณไม่หวานมาก ลักษณะที่ดีคือ ต้องกรอบนอก นุ่มใน และข้อควรระวังเพื่อความอร่อยของขนมคือ อย่าใช้ไฟแรง ต้องเป็นไฟอ่อน ขนมจะกรอบทน และชวน รับประทาน ถ้าไม่ชอบข้าวเหนียวขาว จะใช้ข้าวเหนียวดำแทนก็ได้

ส่วนผสม สูตรแป้งจี่ ขนมไทย
มะพร้าวทึนทึกขูดหยาบๆ 1 ถ้วยตวง
แป้งข้าวเหนียว 3/4 ถ้วยตวง
แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 1 ฟอง
หัวกะทิ 1/4 ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 2 ช้อนโต๊ะ
ข้าวโพดต้มสุกฝานบางๆ 1/4 ถ้วยตวง

1. ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน มะพร้าวทึนทึก น้ำตาลทราย เข้าด้วยกัน
2. ใส่หัวกะทิทีละน้อย นวดให้เข้ากัน ประมาณ 5 นาที ใส่กะทิที่เหลือให้หมด
3. ใส่น้ำตาลทราย ไข่ไก่ น้ำใบเตย และข้าวโพด เคล้าให้เข้ากัน
4. นำกระทะแบนวางบนเตา ใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ร้อนแล้วตักขนมหยอด 1 ช้อนโต๊ะ กดให้แบนเล็กน้อย สุกเหลืองแล้วกลับอีกด้าน ให้สุกเหลืองทั้งสองด้าน จะเสิร์ฟเป็นของหวาน หรีอเสิร์ฟกับน้ำชา กาแฟก็ได้