28 ส.ค. 2554

แกงบวดสามเกลอ ขนมไทย

แกงบวดสามเกลอ ขนมไทย
แกงบวดนี้ดัดแปลงมาจากแกงบวดฟักทอง หรืออื่นๆ แต่นำมารวมกัน หลายๆ ชนิดสูตรต้นตำรับ ใช้น้ำตาลมะพร้าว แต่ที่ผสมน้ำตาลทรายลงไปด้วย เพราะบางคนไม่ชินลิ้นกับน้ำตาลมะพร้าวล้วนๆ เวลาใส่น้ำตาลนั้น อย่าให้ฟักทอง เผือก มัน สุกจนเละ พอสุกก็ใส่น้ำตาลได้แล้ว

ส่วนผสมแกงบวดสามเกลอ ขนมไทย
มันเทศ ฟักทอง เผือกหั่นชิ้นเล็กยาว 1 1/2 นิ้ว(หรือจะใช้พิมพ์กดเป็นรูปต่างๆ) 1 ½ ถ้วยตวง
น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
หางกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโตะ
เกลีอป่น 1ช้อนชา

1. นำฟักทอง มันเทศ เผือก ที่หั่นแล้ว แช่น้ำปูนใสประมาณ 15 นาที นำขึ้นมาล้างน้ำ ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. ผสมหัวกะทิกับเกลือ เข้าด้วยกันพักไว้
3. ตั้งกระทะทอง ใส่หางกะทิ ใส่เผือกกับมันลงต้ม ประมาณ 5 นาที หรือพอเริ่มสุกใส่ฟักทอง ต้มประมาณ 5 นาที หรือพอสุกใส่น้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลทรายตั้งไฟให้เดือด ใส่หัวกะทิในข้อ 2. ยกลง


26 ส.ค. 2554

ขนมโคกะทิสด ขนมไทย

ขนมโคกะทิสด ขนมไทย
เป็นขนมโบราณที่ไม่ค่อยเห็น การอบไส้ขนมทุกชนิดด้วยควันเทียน ต้องให้ขนมเย็นก่อนเสมอจุดสำคัญของขนมนี้คือกะทิต้องขาวสวย เหมือนกะทิสด น้ำกะทิจะมีรสเค็มหวานเล็กน้อย สมัยโบราณทำเฉพาะสีขาว แต่ปัจจุบันทำเป็นสีต่างๆ เพื่อให้ชวนรับประทาน

ส่วนผสมไส้ขนมขนมโคกะทิสด ขนมไทย
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า ¼ ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำกะทิ
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา

ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเหนียว 1 ½ ถ้วยตวง
น้ำร้อน ½ ถ้วยตวง

วิธีทำขนมโคกะทิสด ขนมไทย
1. นวดแปังข้าวเหนียวกับน้ำร้อน ให้แป้งเนียนและนุ่ม ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมคร พักไว้
2. ผสมน้ำตาลมะพร้าวกับน้ำเปล่า พอน้ำตาลละลายใส่มะพร้าว กวนให้เข้ากันตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน กวนประมาณ 5 นาที หรือจนกว่าไส้ขนมจะเเห้ง
3. ปั้นเป็นกลมๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เชนติเมตร อบควันเทียน 20-30 นาที
4. แผ่แป้งที่ปั้นไว้แล้วให้บาง วางไส้ตรงกลางหุ้มให้มิด คลึงเป็นก้อนกลมๆ
5. ต้มน้ำให้เดือด นำขนมที่ใส่ไส้แล้วลงต้มให้สุก พอลอย ตักขึ้นผ่านน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งติดกัน
6. ผสมหัวกะทิ แป้งข้าวเจ้า เกลือป่น น้ำตาลทราย ใส่หม้อ คนให้แป้งละลายตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อยๆ พอเดือดเล็กน้อย หรือควันขึ้นรีบยกลงทันที
7. ตักขนมโคกะทิสดใส่ถ้วย เมื่อจะรับประทาน ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ


19 ส.ค. 2554

ข้าวต้มน้ำวุ้น

ข้าวต้มน้ำวุ้น
ขนมนี้เป็นขนมโบราณ ห่อด้วยใบเตยได้แต่ไม่สวย เพราะขนาดใบเตยไม่เท่ากัน จึงนิยมห่อด้วยใบตองมากกว่า เพราะกำหนดขนาดได้ การห่อนั้นต้องห่อให้แน่น มิฉะนั้น เวลาต้มขนมจะแตก และน้ำเข้าไปทำให้ไม่เหนียว

ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง
ใบตอง
ไม้กลัด


1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แช่กับน้ำใบเตยพักไว้ 1 ชั่วโมง
2. ฉีกใบตองขนาดกว้าง 1 นิ้ว จับปลายให้เป็นรูปกรวย นำข้าวเหนียวใส่ลงในกรวย
3. พับทบจนสุดใบตอง ให้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ไม้กลัด กลัดตรงกลางให้แน่น
4. ต้มในน้ำเดือด ด้วยไฟกลาง ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าข้าวเหนียวสุก
5. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิเข้าด้วยกัน ตั้งไฟเคี่ยวให้เดือดประมาณ5 นาที ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น อบด้วยควันเทียนประมาณ 1 -3 ชั่วโมง
6. เมื่อจะเสิร์ฟแกะข้าวเหนียวออกจากใบตองใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อม และน้ำแข็งก้อน เล็ก ๆ


7 ส.ค. 2554

ลอดช่องใบเตยน้ำกะทิ

ลอดช่องใบเตยน้ำกะทิ


การทำลอดช่องนั้นส่วนสำคัญที่สุดคือน้ำปูนใส ต้องเป็นน้ำปูนใสที่ทำใหม่ๆ ในเช้าวันนั้นโดยใช้อัตราส่วนปูนแดง 1 ส่วน ต่อน้ำ 20 ส่วน ถ้าใช้น้ำตาลมะพร้าวจะหอมกว่าน้ำตาลปี๊บมาก ถ้าจะใส่ขนุน ให้นำขนุนไปต้มกับน้ำเชื่อมของน้ำตาลทรายก่อน อย่าใส่สดๆ เพราะขนุนเสียง่าย

ส่วนผสมตัวลอดช่องใบเตยน้ำกะทิ
แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วยตวง
แป้งซ่าหริ่ม (แป้งถั่วเขียว) 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำกะทิสำหรับลอดช่องใบเตยน้ำกะทิ
หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลมะพร้าว ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำตัวลอดช่องใบเตย
1 ผสมแป้งทั้ง 4 ชนิด เข้าด้วยกัน ในกระทะทอง ค่อยๆ ใส่น้ำปูนใสทีละน้อยนวดให้แป้งเนียนประมาณ 15 นาที ใส่น้ำที่เหลือให้หมด
2. ตั้งไฟอ่อน ไฟกลางค่อนข้างแรง จนกว่าแป้งจะข้น ใส่น้ำใบเตย กวนต่อให้ข้นอีกครั้ง แล้วลดไฟลง ใช้ไฟกลางกวนจนกว่าจะเหนียว ประมาณ 30 นาที
3. ตักใส่พิมพ์กดลงในน้ำเย็นจัด จนหมด เทใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ

วิธีทำน้ำกะทิลอดช่องใบเตย
1 ผสมส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง เคี่ยวพอเดือดทั่วกัน ประมาณ 5 นาที
2 ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง
3. เมื่อจะเสิร์ฟ ตักลอดช่องใบเตยใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิและน้ำแข็งป่น เพียงเท่านี้ก็จะได้ลอดช่องใบเตยน้ำกะทิที่หวานเย็น หอมมัน ไว้รับประทานดับความร้อน

5 ส.ค. 2554

ทับทิมกรอบ

สูตรทับทิมกรอบ


ทับทิมกรอบนั้นนิยมใช้แห้วทำเนื่องจากจะมีความหวานมันในตัว แต่ถ้าหาแห้วสดไม่ได้ จะใช้แห้วกระป๋องแทนก็ได้ นอกจากแห้วแล้ว แป้งท้าวยายม่อมเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้แห้งติดแล้วได้นาน ขณะที่นำแล้วไปต้ม อย่าให้น้ำเดือดมาก แป้งจะหลุดหมด สีที่ใช้นอกจากจะใช้น้ำหวานสีแดงแล้ว จะใช้สีเหลืองหรือสีเขียวก็ได้ วิธีทำเช่นเดียวกัน


ส่วนผสมทับทิมกรอบ
1.แห้วจีนดิบ หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือแห้วกระป๋อง 1 ถ้วยตวง
2.น้ำหวานสีแดง 1/2 ถ้วยตวง
3.แป้งมัน 1 ถ้วยตวง
4.แป้งท้าวยายม่อม ป่นละเอียด 1/4 ถ้วยตวง


ส่วนผสมน้ำเชื่อมสำหรับทับทิมกรอบ
1.น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง
2.น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำกะทิทับทิมกรอบ
1.หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
2.เกลือป่น 1 ½ ถ้วยตวง
3.ขนุนหั่นเล็กๆ สั้นๆ ¼ ถ้วยตวง

วิธีทำทับทิมกรอบ
1. แช่แห้วในน้ำหวานสีแดง พักไว้ประมาณ 30 นาที
2. ผสมแป้งมันกับแป้งท้าวยายม่อม ให้เข้ากัน
3. กรองแห้วด้วยกระชอนให้สะเด็ดน้ำ นำไปคลุกในแป้งข้อ 2. ให้ทั่ว พักไว้ 5- 10 นาที
4. เมื่อน้ำต้มพอเดือด นำแห้วที่คลุกแป้งแล้วลงต้มพอสุกลอยตักขึ้น พักไว้ในน้ำ เย็น
5. ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ แช่ในน้ำเชื่อม

วิธีทำน้ำเชื่อมทับทิมกรอบ

1.ผสมน้ำลอยดอกมะลิกับน้ำตาลทราย ตั้งไฟกลาง เคี่ยว 5 นาที ใส่ขนุน
2.เคี่ยวต่ออีก 5 นาที ยกลงทิ้งให้เย็น นำไปอบควันเทียน 20 - 30 นาที

วิธีทำน้ำกะทิทับทิมกรอบ
1.ผสมหัวกะทิกับเกลือใสหม้อตั้งไฟกลาง ประมาณ 2 นาที ยกลง
2.เมื่อจะเสิร์ฟตักทับทิมใส่ถ้วย ใส่น้ำเชื่อม น้ำแข็งก้อนเล็กๆ ราดด้วยน้ำกะทิ นอกจากจะนิยมใส่ขนุนลงไปแล้ว ยังนิยมใส่มะพร้าวกะทิลงไปด้วย ทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น

17 มี.ค. 2554

ขนมหยกมณี

ขนมหยกมณี
ขนมหยกมณีเป็นขนมที่ทำจากเม็ดสาคู และปัจจุบันมีสาคูสีเขียว และสีอื่นๆ ขาย ถ้าใช้สาคูสีเขียวไม่ต้องแช่ด้วยน้ำใบเตยถ้าเป็นสีขาวจึงจะแช่ด้วยน้ำใบเตย ในระหว่างการทำถ้าสาคูยังไม่สุก อย่าใส่น้ำตาลทราย จะทำให้สาคูไม่สุก ควรเลือกมะพร้าวทึนทึกทีค่อนข้างอ่อน จะทำให้ขนมอร่อยขึ้น

ส่วนผสมขนมหยกมณี
สาคูเม็ดเล็ก ½ ถ้วยตวง
น้ำใบเตย 3/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำขนมหยกมณี
1. ผสมมะพร้าวทึนทึกกับเกลือให้เข้ากัน นึ่งไฟกลาง 5- 10 นาที
2. ตั้งกระทะทองใส่น้ำใบเตย และน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง เคี่ยวให้เดือด
3. ใส่เม็ดสาคูลงไป กวนพอสุกเป็นตากบเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายที่เหลือลงไปกวนต่อจนสาคูสุกใส
4. เทขนมที่สุกแล้วลงในมะพร้าวที่นึ่งแล้วในข้อ 1.
5. ตัดเป็นชิ้นพอคำ คลุกกับมะพร้าวให้ทั่วใส่ถ้วยเล็กๆ


ขนมขี้หนู ขนมไทย

ขนมขี้หนู
ขนมขี้หนู ขนมไทย ขนมนี้มีหลายชื่อ เช่น ขนมขี้หนู ขนมทราย และขนมละอองฟ้า เทคนิคสำคัญที่สุดในการทำขนมขี้หนู คือ ขณะใส่น้ำเชื่อมลงในแป้ง โรยน้ำเชื่อมให้ทั่วแป้ง และห้ามคนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ขนมเสียไม่ฟู และการอบขนมด้วยควันเทียน นอกจากจะอบขณะอบขนมเย็นแล้วยังสามารถใส่ดอกมะลิ หรือกุหลาบมอญลงไปด้วยก็ได้หรือถ้าต้องการจะใส่สีต่างๆ ให้หยดสีลงไปในน้ำเชื่อม

ส่วนผสมตัวแป้งขนมขี้หนู ขนมไทย
แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วยตวง
กะทิ 1/4 ถ้วยตวง
น้ำเชื่อม
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด 12 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย า1ถ้วยตวง
สีตามชอบ

วิธีทำขนมขี้หนู ขนมไทย
1 เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ ให้เหลือ 3/4 ถ้วย ก่อน ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
2 เทแป้งใส่ชาม ค่อยๆ เทกะทิลงในเนื้อแป้งทีละน้อย คนให้เข้ากันจนได้เนี้อแป้ง ออกมามีลักษณะเปียกหมาดๆ
3 ยีแป้งด้วยที่ร่อนแปัง 2-3 ครั้ง บนผ้าขาวบาง.
4. นำไปนึ่ง ใช้ไฟแรง นึ่งประมาณ 25 นาที
5. นำแป้งที่นึ่งสุกใส่ภาชนะ ค่อยๆ เทน้ำเชื่อมราดลงให้ทั่วเนื้อแป้งห้ามคนทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
6. ใช้ส้อม ค่อยๆ เกลี่ยแป้งให้ฟูขึ้น นำไปอบควันเทียน
7. โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยคลุกเกลือ เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมขี้หนู ขนมแบบไทยๆ สีสันสดใส และแสนอร่อยไว้ทั้งรับประทานเองหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริม