15 พ.ย. 2553

ขนมชั้น

ขนมชั้น
ขนมชั้น
ขนมชั้น เป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ในงานพิธีมงคลต่าง เพราะความเชื่อแบบไทยๆว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้น จึงจะเป็นศิริมงคลเจริญก้าวหน้าแก่เจ้าภาพ
ส่วนผสมของขนมชั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกะทิ และน้ำตาล แป้ง 3 - 4 ชนิด แล้วแต่สูตรและความชอบเนื้อขนมชั้นในแต่ละแบบ ซึ่งแป้งแต่ละอย่างก็จะมีคุณสมบัติทำให้ขนมมีเนื้อต่างกัน
ขนมชั้นในสูตรโบราณกับสูตารปัจจุบันนั้นจะมีความแตกต่างกันทั้งสีสันและรูปร่าง ปัจจุบันจะนินมที่สีสันสอสวย ดึงดูดตาดูน่ากิน

ส่วนผสมของขนมชั้น
แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 2 ถ้วย
หัวกะทิ 4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
หางกะทิ 3 ถ้วย

สีธรรมที่ได้จากชาติ ได้แก่ ใบเตย ดอกคำฝอย หรือดอกอัญชัน ฯลฯ
การคั้นสีต่างๆ
สีเขียวใบเตย:นำใบเตยสดมาปั่นบีบเอาแต่น้ำนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
สีเหลืองดอกคำฝอย:นำดอกคำฝอยไปแช่น้ำร้อน กรองเอาแต่น้ำ
สีม่วงดอกอัญชัน:นำดอกอัญชันมาปั่นหรือตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ
สีขาวใส:ไม่ต้องผสมสีอะไร


วิธีทำ :

1. เริ่มจากการเชื่อมน้ำเชื่อมก่อน โดยใช้น้ำเปล่า 1 ถ้วย + น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
2. นำแป้งทั้ง 4 ชนิดมาผสมรวมกัน แล้วนวดกับหัวกะทิ โดยค่อย ๆ ใส่กะทิทีละน้อย ๆ นวดไปเรื่อย ๆ จนกะทิหมด พอให้แป้งติดหลังมือเท่านั้น
2. เมื่อนวดได้ที่แล้ว นำแป้งที่ได้ไปละลายกับหางกะทิและน้ำเชื่อม ใช้กระบวยคนไปเรื่อย ๆ จนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
3. แยกแป้งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ใส่ส่วนที่เป็นสีลงไป ได้แก่ สีจากน้ำใบเตย และอีกส่วนหนึ่งอาจจะไม่ใส่สีก็ได้ หรืออาจจะดัดแปลงเป็นหลายๆสีก็แบ่งแป้งออกเป็นหลายๆส่วนตามจำนวนชั้นของสีขนม
4. นำถาดไปนึ่งแล้วทาน้ำมันให้ทั่ว ใส่แป้งสีขาวประมาณ 1/2 ถ้วย แล้วนึ่งให้สุกประมาณ 5 นาที ชั้นที่ 2 ใส่สีเขียวใบเตย แล้วนึ่งอีกประมาณ 5 นาที ทำเช่นนี้ไปจนหมดแป้ง แล้วให้ชั้นสุดท้ายเป็นสีเข้มกว่าชั้นอื่น ๆ เมื่อสุกยกลงทิ้งให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้นตามต้องการ

การนึ่งขนมชั้น :
1. ใส่น้ำในลังถึงยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดให้เรียงภาชนะที่จะใส่ขนมชั้นลงไป
2. ตักแป้งขนมชั้นส่วนที่เป็นสีขาวลงไปในชั้นแรก ปิดฝานึ่งให้ประมาณ 5-7 นาที
3. หยอดแป้งชั้นที่สองซึ่งเป็นสีลงไปนึ่งต่ออีก ทำแบบนี้สลับกันจนครบตามจำนวนชั้น ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายปิดหน้าด้วยสีที่สวยงาม
4. เมื่อขนมชั้นสุกได้ที่แล้วก็ปิดไฟ รอให้เย็น
5. ตัดแบ่งเป็นชิ้นให้ทำเป็นรูปร่างต่างๆ อาจจะใช่พิมส์แบบต่างๆกดตัดเป้นรูปที่สวยงาม

16 ส.ค. 2553

ซ่าหริ่ม

ซ่าหริ่ม
ซ่าหริ่ม
ซ่าหริ่มเป็นขนมไทยรสชาติหอมมัน อร่อยด้วยเส้นที่เหนียวนุ่ม ต้องมาจากกะทิที่คั้นสดตามแบบขนมไทย

ส่วนผสม
•แป้งซาหริ่ม 1 ถ้วย
•น้ำใบเตยคั้นข้นๆ 1/2 ถ้วย
•น้ำเปล่า 5 ถ้วย
•พิมพ์ สำหรับ กด

ส่วนผสมน้ำกะทิ
•หัวกะทิ 2 ถ้วย
•น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
•ผสมน้ำตาล หัวกะทิ คนจนน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง นำไปอบควันเทียนให้หอม


วิธี ทำ
ผสมแป้งซ่าหริ่ม น้ำ น้ำใบเตย เข้าด้วยกัน กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่
กระทะทอง ตั้งไฟกลาง กวนแป้งสุก รีบตักใส่พิมพ์ กดเป็นเส้นลงในน้ำเย็นจน
หมด เทใส่ผ้าขาวบาง ทำให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำแข็งพักไว้

เวลากินให้ ตักซ่าหริ่มใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิ น้ำแข็ง เสิร์ฟได้ทันที

11 ส.ค. 2553

มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวแก้ว
มะพร้าว แก้ว
มะพร้าวแก้วเป็นขนมไทยที่หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นเคย ส่วนประกอบหลักๆมาจากมะพร้าวทึนทึกและน้ำตาล เป็นขนมไทยที่มีรสหวานหอม อร่อย
ส่วนผสม
มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 2 ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 1/4 ถ้วย
สีผสมอาหาร

สิ่งที่ต้องเตรียม
ช้อน, ถาด

วิธีทำ
1. กระทะทองตั้งไฟ ใส่น้ำตาล น้ำลอยดอกมะลิ จนน้ำเชื่อมเริ่มเหนียว
เป็นยางมะตูม ใส่สีผสมอาหารตามต้องการ คนให้เข้ากันทั่ว
2. ใส่มะพร้าวทึนทึก คนจนน้ำเชื่อมจับเส้นมะพร้าว ยกลง ใช้ช้อนเล็กๆ 2 คัน
ตักมะพร้าวตะล่อมให้เป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งลมจนแห้ง เก็บใส่กล่อง อบด้วยดอกมะลิสดอีกครั้ง

**หมายเหต
1. มะพร้าวแก้วถ้าใส่สีต้องให้มีสีอ่อนๆ หอมกลิ่นดอกไม้ ผิวนอก
แห้งแต่ภายในยังมีความชุ่มน้ำเชื่อม รสหวานมันและหอม
2. การใส่สีต้องใส่ขณะน้ำเชื่อมร้อน คนให้สีเข้ากันทั่ว ใส่มะพร้าวทึนทึก
3. มะพร้าวทึนทึก ถ้าอ่อนเกินไปจะดูดน้ำเชื่อมได้น้อยก็ต้องเพิ่มปริมาณมะพร้าว แต่ถ้าแก่เกินไปก็ดูดน้ำเชื่อมมาก น้ำเชื่อมจะแห้งก็ต้องเพิ่มน้ำตาล

5 ส.ค. 2553

ขนมน้ำดอกไม้



ขนมน้ำดอกไม้
ขนมน้ำดอกไม้เป็นขนมไทยที่ชื่อไม่คุ้นสำหรับใครหลายคน บางคนอาจจะยังไม่เคยกิน สมัยนี้อาจจะหากินยากสักหน่อย

ส่วน ผสม
แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยดอกมะลิ 1 3/4 ถ้วย
ถ้วยตะไลสำหรับใส่ขนม

วิธี ทำ
1. ให้นำ น้ำลอยดอกมะลิ น้ำตาล ลงในหม้อ ตั้งไฟ คนๆให้น้ำตาลละลาย พอเดือดให้ยกลง
กรองน้ำเชื่อมผ่านผ้าขาวบางให้สะอาด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น จะได้น้ำเชื่อม
2. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม ลงในชามผสม ใส่น้ำปูนใสและน้ำเชื่อมทีลงไปละน้อย จากนั้นนวดแป้งจนรวมตัวเป็นก้อน หยดใส่น้ำเชื่อม นวดต่อไปเรื่อยๆจนแป้งเหนียว ใส่น้ำเชื่อมที่เหลือจนหมด นำไปกรอง จากนั้นหมักแป้งไว้ 1 ชั่วโมง
3. ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟให้เดือด แล้วนำถ้วยตะไลไปนึ่งให้ร้อนจัด แล้วใส่แป้งลงไป จากนั้นปิดฝาลังถึงแต่ไม่ต้องปิดสนิท
4. ใส่แป้งให้เต็มถ้วย นึ่งนานประมาณ 3 นาที พอหน้าขนมเริ่มบุ๋ม เบาไฟลง
นึ่งต่ออีกประมาณ 15 นาที
***ถ้าต้องการทำให้ขนมบุ๋มตรงกลางมากๆ ให้เทแป้งออกหลังจากนึ่ง พอแป้ง
จับขอบถ้วยก็เปิดฝา

23 ก.ค. 2553

สังขยาฟักทอง


สังขยาฟักทอง
ส่วนผสม
ฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักมาณ 500 กรัม 1 ลูก
ไข่ไก่ 4 ฟอง
หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
น้ำตาลปึก 3/4 ถ้วย

วิธี ทำ
1.ล้างฟักทองให้สะอาด เจาะขั้วออก ตักไส้ออกให้หมด ล้างให้สะอาด คว่ำไว้ให้แห้ง
2.ต่อยไข่ใส่ชาม ผสมไข่ น้ำตาล หัวกะทิ เข้าด้วยกัน กรองด้วยผ้าขาวบางพัก ไว้
3.วางฟักทองลงในชาม ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ชามฟักทองลงในลังถึง แล้วเทสัง-ขยาใส่ลงในฟักทองให้เต็ม นึ่งไฟกลางๆ จนสังขยาแข็งอยู่ตัว ลดไฟลงหนึ่งต่อจนสุก ใช้ เวลานึ่งนานประมาณ 25-30 นาที

14 ก.ค. 2553

แป้งที่ใช้ทำขนมไทย

แป้งที่ใช้ทำขนมไทย
แป้งที่ใช้ทำขนมไทยนั้น มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของขนม จะต้องเลือกใช้แป้งชนิดใดเป็นส่วนประกอบ หลักมีดังนี้

1.แป้งข้าวเจ้า
เป็นแป้งที่ใช้ทำขนมไทยมากที่สุด แป้งข้าวเจ้า ยังแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ แป้งข้าวเจ้าสดและแป้งข้าวเจ้าแห้ง แต่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะมีขาย แป้งข้าวเจ้าแห้ง แป้งข้าวเจ้าสดจะหาซื้อได้ยากสมัยก่อนจะใช้แต่แป้งสด โดยมีวิธีทำดังนี้ นำข้าวสารมาให้สะอาดล้าง แล้วแช่น้ำค้างคืนไว้ จึงนำมาโม่ให้ละเอียด แล้วใส่ถุงผ้า หาของหนักๆมาทับน้ำออกก็จะได้แป้งสดนำไปทำขนมได้เลยลักษณะของแป้ง แป้งมีสีขาว มีลักษณะสากมือ เป็นผงหยาบกว่าแป้งสาลี

2.แป้งข้าวเหนียว
เป็นแป้งที่ใช้ทำขนมไทยอยู่หลายชนิด ซื่งส่วนใหญู่มักใช้แป้งแห้ง แต่ถ้าจะใช้แป้งสดก็นำข้าวสารเหนียวล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำค้างคืนไว้ จึงนำไปโม่ให้ละเอียด แล้วนำไปใส่ถุงผ้า หาของหนักๆมาทับน้ำออกก่อนก็นำไปทำขนมต่างๆได้
ลักษณะของแป้ง แป้งมีสีขาวนวล มีลักษณะสากมือน้อยกว่าแป้งข้าวเจ้า

3.แป้งถั่ว
เป็นแป้งที่ทำมาจากถั่วเขียว นิยมนำมาทำสลิ่ม ตัวตโก้ ขนมเทียนแก้วเป็นต้น ขนมที่ใส่แป้งถั่ว มีลักษณะใส ลักษณะของแป้งถั่ว จะมีสีขาวเป็นเงา เนี่ยนลื่นมือ


4.แป้งเท้ายายม่อม
เป็นแป้งที่ใส่ในขนมแล้วจะทำให้ใสคลัายกับแป้งถั่ว เป็นแป้งที่ทำมาจากหัวแป้งเท้ายายม่อม จะเก็บหัวได้ปีละครั้ง โดยมีวิธีการทำดังนี้ นำหัวเท้ายาย-ม่อม มาฝนกับกระต่ายจีน แล้วนำไปแช่น้ำไว้จนใสและแป้งนอนกันจึงเทน้ำทิ้ง ทำเช่นนี้ประมาณ 4-5 ครั้ง จึงนำแป้งที่ได้ไปตากแดดจนแห้ง แป้งเท้ายายม่อมเป็นแป้งที่มีราคาแพงเพราะมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก ลักษณะของแป้งเท้ายายม่อม จะมีสีขาว เป็นลักษณะเม็ดสี่เหลี่ยมเล็กๆ

27 มิ.ย. 2553

กล้วยบวชชี



กล้วยบวชชี
กล้วยบวชชีเป็นขนมไทยพื้นบ้านที่หากินได้ง่ายๆ เราสามารถทำกินเองที่บ้านได้ไม่ยากเช่นกัน วิธีการก็ง่ายๆ ดังนี้

ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้าสุกพอห่ามๆ 1 หวี
หัวกะทิ 1 ถ้วย
หางกะทิ 1 1/2 ถ้วย
ตาลทราย 1/2 ถ้วย
งาขาวคั่วบุบพอแตก 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวโพดต้มสุกหั่นบางๆ 1/2 ถ้วย
เกลีอป่น 1 ช้อนชา
ใบเตย 3 ใบ

วิธีทำกล้วยบวชชี
1. ต้มกล้วยทั้งเปลือกให้สุกประมาณ 20 นาที
2. ใส่หางกะทิลงในกระทะทอง ใส่ใบเตยที่หั่นเป็นท่อนๆ ใช้ไฟปานกลาง ต้มจนเดีอด
3. ปอกเปลือกกล้วยที่ต้มแล้ว ตัดให้เป็น 4 ชิ้น/ลูก จากนั้นนำไปใส่ลงในหม้อที่ต้มหางกะทิ ต้มต่อใช้เวลาประมาณ 5 นาที
4. ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้น้ำตาลทรายละลาย ต้มต่อให้เดือด
5. เติมหัวกะทิ เกลือลงไป คนให้เข้ากัน ยกลงจากเตา
6. ตักกล้วยบวชชีใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาคั่ว ใส่ข้า้วโพดหั่นลงไป

***เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชี
-การทำกล้วยบวชชีนั้น ต้องต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อน กล้วยจะได้ไม่ดำ ทำให้แลดูน่ากิน
-งาที่จะใช้โรยหน้ากล้วยบวชชีนั้น จะเลือกใช้งาขาวหรืองาดำก็ได้ แต่คั่วแล้วให้บุบพอแตก งาจะได้หอมชวนกิน และกรอบอร่อย
-หลังจากใส่หัวกะทิแล้วต้องรีบยกลงจากเตาทันที จะทำให้กะทิขาวสวย น่ากิน