19 ก.พ. 2554

การลอยน้ำด้วยดอกมะลิ

น้ำลอยดอกมะลิ

สมัยโบราณ นิยมใช้น้ำลอยดอกมะลิในการทำขนม การลอยน้ำดอกมะลิให้หอมนั้นมีวิธีการดังนี้คือ

วิธีทำน้ำลอยดอกมะลิ
1.ใช้น้ำสะอาด ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
2.ดอกมะลิที่ใช้ลอยต้องเป็นมะลิที่ปลูกเอง ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง
3.การเก็บดอกมะลิ ต้องเก็บประมาณ 6 โมงเย็น
4.เด็ดส่วนที่เป็นกลีบเลี้ยงออก ผ่านน้ำเบาๆ เพื่อล้างฝุ่น ใช้นิ้วชี้แตะที่ปลายดอกเบาๆ เพื่อให้กลีบแยกจากกัน ทำเช่นนี้จนหมดทุกดอกใส่ลงไปในน้ำ ปิดฝาให้สนิท
5.รุ่งเช้าประมาณ 6-7 โมงเช้า ตักดอกมะลิออกให้หมดใช้เฉพาะน้ำ น้ำจะหอม

ข้อควรระวังจะต้องตักดอกมะลิออกในตอนเช้า ถ้าทิ้งไว้ มะลิจะช้ำ เป็นเหตุให้น้ำที่ลอยดอกมะลิไว้ไม่หอมด้วย
ดอกมะลิ

14 ก.พ. 2554

ดอกไม้ที่ใช้อบขนมคู่กับอบเทียนหอม

ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกใช้ดอกกุหลาบมอญ ดอกมะลิ ดอกกระดังงา ซึ่งมีเคล็ดลับดังนี้
1.ดอกกระดังงา
กระดังงาดอกไม้อบเทียนหอม
ต้องนำส่วนดอกไปลนไฟด้วยเทียบอบให้หอมก่อน และบีบกระเปาะให้กลีบร่วง
ควรใช้กระดังงาดอกเหลืองจะหอม

2. กุหลาบมอญ
กุหลาบมอญดอกไม้อบเทียนหอม
ฉีกกลีบก่อนอบ คือใช้เฉพาะส่วนกลีบเท่านั้น กลีบละ 2-3 ชิ้น ใส่ลงในภาชนะที่มีขนม ปิดให้มิดชิด

ดอกไม้ที่นำมาใช้อบเทียนหอมแต่ที่นิยมกันส่วนมากแล้วจะใช้กระดังงาและกุหลาบเนื่องจากมีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

6 ธ.ค. 2553

เสน่ห์จันทน์

เสน่ห์จันทน์

ขนมชื่อไพเราะเพราะพริ้ง ที่หลายคนอาจจะไม่เคยทาน เสน่ห์จันทน์ นั้นเป็นขนมที่ทำเลียนแบบรูปทรงของผลไม้ได้แก่ลูกจันทร์ มีขั้วน่ารักน่าทาน

ส่วนผสม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ (ใช้เฉพาะไข่แดง) 6 ฟอง
กะทิ (มะพร้าวขูดขาว 200 กรัม) 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ลูกจันทน์ป่น 1 ช้อนชา
สีผสมอาหารสีน้ำตาล

วิธีทำ
1. ใส่กะทิกับน้ำตาลลงในกระทะทอง ตั้งไฟให้เดือด ยกลง นำไปกรองด้วยผ้า ขาวบาง นำขนตั้งไฟกลาง นานประมาณ 10 นาที ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น
2. ร่อนแป้งสาลี แป้งเท้ายายม่อม และลูกจันทน์ป่น เข้าด้วยกัน 2 ครั้ง นำไป ผสมกับกระทิที่เย็นแล้ว (ส่วนผสมข้อ 1) คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียน
3. ใสไข่แดงลงในแป้งคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำขึ้นตั้งไฟ กวนไฟอ่อนๆ จน แป้งสุก เนื้อเนียนเป็นเงามัน ยกลง ทั้งให้เย็น
4. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 ซม. กดให้ แบนเล็กน้อยเพื่อนำขั้วมาติด
5. ทำขั้วลูกฉันทน์ โดยนำแป้งที่กวนมา 1 ซ้อนโต๊ะ ผสมสีน้ำตาล เข้าด้วยกัน ปั้นเป็นก้อนแบนเล็กติดเป็นขั้วเสน่ห์จันทน์

15 พ.ย. 2553

ขนมชั้น

ขนมชั้น
ขนมชั้น
ขนมชั้น เป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ในงานพิธีมงคลต่าง เพราะความเชื่อแบบไทยๆว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้น จึงจะเป็นศิริมงคลเจริญก้าวหน้าแก่เจ้าภาพ
ส่วนผสมของขนมชั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกะทิ และน้ำตาล แป้ง 3 - 4 ชนิด แล้วแต่สูตรและความชอบเนื้อขนมชั้นในแต่ละแบบ ซึ่งแป้งแต่ละอย่างก็จะมีคุณสมบัติทำให้ขนมมีเนื้อต่างกัน
ขนมชั้นในสูตรโบราณกับสูตารปัจจุบันนั้นจะมีความแตกต่างกันทั้งสีสันและรูปร่าง ปัจจุบันจะนินมที่สีสันสอสวย ดึงดูดตาดูน่ากิน

ส่วนผสมของขนมชั้น
แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 2 ถ้วย
หัวกะทิ 4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
หางกะทิ 3 ถ้วย

สีธรรมที่ได้จากชาติ ได้แก่ ใบเตย ดอกคำฝอย หรือดอกอัญชัน ฯลฯ
การคั้นสีต่างๆ
สีเขียวใบเตย:นำใบเตยสดมาปั่นบีบเอาแต่น้ำนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
สีเหลืองดอกคำฝอย:นำดอกคำฝอยไปแช่น้ำร้อน กรองเอาแต่น้ำ
สีม่วงดอกอัญชัน:นำดอกอัญชันมาปั่นหรือตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ
สีขาวใส:ไม่ต้องผสมสีอะไร


วิธีทำ :

1. เริ่มจากการเชื่อมน้ำเชื่อมก่อน โดยใช้น้ำเปล่า 1 ถ้วย + น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
2. นำแป้งทั้ง 4 ชนิดมาผสมรวมกัน แล้วนวดกับหัวกะทิ โดยค่อย ๆ ใส่กะทิทีละน้อย ๆ นวดไปเรื่อย ๆ จนกะทิหมด พอให้แป้งติดหลังมือเท่านั้น
2. เมื่อนวดได้ที่แล้ว นำแป้งที่ได้ไปละลายกับหางกะทิและน้ำเชื่อม ใช้กระบวยคนไปเรื่อย ๆ จนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
3. แยกแป้งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ใส่ส่วนที่เป็นสีลงไป ได้แก่ สีจากน้ำใบเตย และอีกส่วนหนึ่งอาจจะไม่ใส่สีก็ได้ หรืออาจจะดัดแปลงเป็นหลายๆสีก็แบ่งแป้งออกเป็นหลายๆส่วนตามจำนวนชั้นของสีขนม
4. นำถาดไปนึ่งแล้วทาน้ำมันให้ทั่ว ใส่แป้งสีขาวประมาณ 1/2 ถ้วย แล้วนึ่งให้สุกประมาณ 5 นาที ชั้นที่ 2 ใส่สีเขียวใบเตย แล้วนึ่งอีกประมาณ 5 นาที ทำเช่นนี้ไปจนหมดแป้ง แล้วให้ชั้นสุดท้ายเป็นสีเข้มกว่าชั้นอื่น ๆ เมื่อสุกยกลงทิ้งให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้นตามต้องการ

การนึ่งขนมชั้น :
1. ใส่น้ำในลังถึงยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดให้เรียงภาชนะที่จะใส่ขนมชั้นลงไป
2. ตักแป้งขนมชั้นส่วนที่เป็นสีขาวลงไปในชั้นแรก ปิดฝานึ่งให้ประมาณ 5-7 นาที
3. หยอดแป้งชั้นที่สองซึ่งเป็นสีลงไปนึ่งต่ออีก ทำแบบนี้สลับกันจนครบตามจำนวนชั้น ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายปิดหน้าด้วยสีที่สวยงาม
4. เมื่อขนมชั้นสุกได้ที่แล้วก็ปิดไฟ รอให้เย็น
5. ตัดแบ่งเป็นชิ้นให้ทำเป็นรูปร่างต่างๆ อาจจะใช่พิมส์แบบต่างๆกดตัดเป้นรูปที่สวยงาม

16 ส.ค. 2553

ซ่าหริ่ม

ซ่าหริ่ม
ซ่าหริ่ม
ซ่าหริ่มเป็นขนมไทยรสชาติหอมมัน อร่อยด้วยเส้นที่เหนียวนุ่ม ต้องมาจากกะทิที่คั้นสดตามแบบขนมไทย

ส่วนผสม
•แป้งซาหริ่ม 1 ถ้วย
•น้ำใบเตยคั้นข้นๆ 1/2 ถ้วย
•น้ำเปล่า 5 ถ้วย
•พิมพ์ สำหรับ กด

ส่วนผสมน้ำกะทิ
•หัวกะทิ 2 ถ้วย
•น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
•ผสมน้ำตาล หัวกะทิ คนจนน้ำตาลละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง นำไปอบควันเทียนให้หอม


วิธี ทำ
ผสมแป้งซ่าหริ่ม น้ำ น้ำใบเตย เข้าด้วยกัน กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่
กระทะทอง ตั้งไฟกลาง กวนแป้งสุก รีบตักใส่พิมพ์ กดเป็นเส้นลงในน้ำเย็นจน
หมด เทใส่ผ้าขาวบาง ทำให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำแข็งพักไว้

เวลากินให้ ตักซ่าหริ่มใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิ น้ำแข็ง เสิร์ฟได้ทันที

11 ส.ค. 2553

มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวแก้ว
มะพร้าว แก้ว
มะพร้าวแก้วเป็นขนมไทยที่หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นเคย ส่วนประกอบหลักๆมาจากมะพร้าวทึนทึกและน้ำตาล เป็นขนมไทยที่มีรสหวานหอม อร่อย
ส่วนผสม
มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 2 ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 1/4 ถ้วย
สีผสมอาหาร

สิ่งที่ต้องเตรียม
ช้อน, ถาด

วิธีทำ
1. กระทะทองตั้งไฟ ใส่น้ำตาล น้ำลอยดอกมะลิ จนน้ำเชื่อมเริ่มเหนียว
เป็นยางมะตูม ใส่สีผสมอาหารตามต้องการ คนให้เข้ากันทั่ว
2. ใส่มะพร้าวทึนทึก คนจนน้ำเชื่อมจับเส้นมะพร้าว ยกลง ใช้ช้อนเล็กๆ 2 คัน
ตักมะพร้าวตะล่อมให้เป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งลมจนแห้ง เก็บใส่กล่อง อบด้วยดอกมะลิสดอีกครั้ง

**หมายเหต
1. มะพร้าวแก้วถ้าใส่สีต้องให้มีสีอ่อนๆ หอมกลิ่นดอกไม้ ผิวนอก
แห้งแต่ภายในยังมีความชุ่มน้ำเชื่อม รสหวานมันและหอม
2. การใส่สีต้องใส่ขณะน้ำเชื่อมร้อน คนให้สีเข้ากันทั่ว ใส่มะพร้าวทึนทึก
3. มะพร้าวทึนทึก ถ้าอ่อนเกินไปจะดูดน้ำเชื่อมได้น้อยก็ต้องเพิ่มปริมาณมะพร้าว แต่ถ้าแก่เกินไปก็ดูดน้ำเชื่อมมาก น้ำเชื่อมจะแห้งก็ต้องเพิ่มน้ำตาล

5 ส.ค. 2553

ขนมน้ำดอกไม้



ขนมน้ำดอกไม้
ขนมน้ำดอกไม้เป็นขนมไทยที่ชื่อไม่คุ้นสำหรับใครหลายคน บางคนอาจจะยังไม่เคยกิน สมัยนี้อาจจะหากินยากสักหน่อย

ส่วน ผสม
แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยดอกมะลิ 1 3/4 ถ้วย
ถ้วยตะไลสำหรับใส่ขนม

วิธี ทำ
1. ให้นำ น้ำลอยดอกมะลิ น้ำตาล ลงในหม้อ ตั้งไฟ คนๆให้น้ำตาลละลาย พอเดือดให้ยกลง
กรองน้ำเชื่อมผ่านผ้าขาวบางให้สะอาด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น จะได้น้ำเชื่อม
2. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม ลงในชามผสม ใส่น้ำปูนใสและน้ำเชื่อมทีลงไปละน้อย จากนั้นนวดแป้งจนรวมตัวเป็นก้อน หยดใส่น้ำเชื่อม นวดต่อไปเรื่อยๆจนแป้งเหนียว ใส่น้ำเชื่อมที่เหลือจนหมด นำไปกรอง จากนั้นหมักแป้งไว้ 1 ชั่วโมง
3. ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟให้เดือด แล้วนำถ้วยตะไลไปนึ่งให้ร้อนจัด แล้วใส่แป้งลงไป จากนั้นปิดฝาลังถึงแต่ไม่ต้องปิดสนิท
4. ใส่แป้งให้เต็มถ้วย นึ่งนานประมาณ 3 นาที พอหน้าขนมเริ่มบุ๋ม เบาไฟลง
นึ่งต่ออีกประมาณ 15 นาที
***ถ้าต้องการทำให้ขนมบุ๋มตรงกลางมากๆ ให้เทแป้งออกหลังจากนึ่ง พอแป้ง
จับขอบถ้วยก็เปิดฝา